Trader Survival OS v2  ·  ระบบจำลองการอยู่รอด
Interactive Research Paper & Simulation Engine · v2.0

Trader Survival
Operating System

ระบบปฏิบัติการเพื่อการอยู่รอดของเทรดเดอร์ — เครื่องมือจำลองเพื่อการศึกษา

เครื่องมือนี้ไม่ได้บอกว่าควรซื้อหรือขายอะไร และไม่ได้ทำนายตลาด สิ่งที่มันทำคือเปลี่ยนสี่อย่างที่มองไม่เห็น — ความเสี่ยงของทุน · ความน่าจะเป็น · วินัย · อารมณ์ — ให้กลายเป็นตัวเลขที่วัดได้ แล้วถามคำถามเดียวว่า ถ้าทำแบบนี้ต่อไป จะยังอยู่ในเกมได้อีกนานแค่ไหน

คำถามที่ 1–2
Mathematicsระบบนี้มีความได้เปรียบทางคณิตศาสตร์ไหม และเงินที่ตลาดทำร้ายได้มีเท่าไร
คำถามที่ 3–4
Behaviourพฤติกรรมมนุษย์ทำให้ผลต่างจากระบบเท่าไร และโอกาสอยู่รอดหรือหมดตัวเป็นเท่าไร
คำถามที่ 5
Real Wealthเงินที่ถอนออกมาได้ กลายเป็นความมั่งคั่งในชีวิตจริงมากแค่ไหน
0.1

ตั๋วคืออะไร?

What is a “ticket”? — เริ่มอ่านจากตรงนี้ ถ้าคุณเพิ่งเข้ามาครั้งแรก

ในเอกสารนี้ คำว่า “ตั๋ว” หมายถึง ค่าธรรมเนียมที่จ่ายเพื่อเข้าร่วมหนึ่งรอบ — เช่น ค่าสมัครสอบ Challenge ของ prop firm, ค่าธรรมเนียมรอบ Evaluation, หรือเงินก้อนที่ตั้งใจใส่เข้าไปเพื่อเริ่มบัญชีเทรดหนึ่งรอบ

รูปแบบที่ 1
Prop Firm Challengeค่าสมัครสอบเพื่อรับสิทธิ์บริหารบัญชีทุน

จ่ายค่าธรรมเนียมล่วงหน้าเพื่อเข้าทดสอบ ถ้าผ่านเกณฑ์จึงได้สิทธิ์เทรดบัญชีของบริษัทและแบ่งกำไร

รูปแบบที่ 2
Evaluation / Verificationค่าธรรมเนียมรอบประเมินขั้นถัดไป

บางที่แบ่งการทดสอบเป็นหลายขั้น แต่ละขั้นอาจมีค่าธรรมเนียมหรือเงื่อนไขของตัวเอง

รูปแบบที่ 3
รอบบัญชีเทรดของตัวเองเงินก้อนที่ยอมเสียได้ทั้งหมดในรอบนั้น

ไม่ได้มี prop firm เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่คุณกำหนดเองว่า “รอบนี้ยอมเสียได้เท่านี้ ไม่เกินนี้”

ทั้งสามรูปแบบมีคุณสมบัติร่วมกันสามข้อ ซึ่งเป็นเหตุผลที่เอกสารนี้เรียกมันด้วยคำเดียวกัน:

  1. จ่ายก่อน เริ่มทีหลัง — ต้องเสียเงินก้อนนี้ออกไปก่อนจึงจะได้เข้ารอบ
  2. ถ้าไม่ผ่าน เงินก้อนนี้หายทั้งก้อน — ไม่มีการคืนบางส่วน และไม่มีการต่อรอง
  3. ถ้าผ่าน จึงได้สิทธิ์ถอนกำไร — สิทธิ์นั้นมีค่า แต่มาทีหลังเสมอ ไม่ใช่มาพร้อมกัน

ตัวอย่างด้วยตั๋ว 100 USD A worked example

ค่าตั๋วหนึ่งใบ=100 USD
ถ้าไม่ผ่านเสีย 100 USD ทั้งหมด ไม่มีคืน
ถ้าผ่านและถอนได้ 200ได้เงินสด 200 USD กลับมา
ทุนรวมของคุณเปลี่ยนไปตามผลรอบนั้น −100 หรือ +100 เท่านั้น ไม่ใช่ตัวเลขในหน้าจอบัญชีทดสอบ
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด

ตัวเลขกำไรที่ขึ้นในบัญชีทดสอบ ยังไม่ใช่เงินของคุณ มันจะกลายเป็นเงินของคุณก็ต่อเมื่อผ่านเกณฑ์ครบ ผ่านการตรวจสอบ และถอนออกมาได้จริงแล้ว เอกสารนี้จึงนับเฉพาะเงินที่ถอนออกมาแล้วเป็นความมั่งคั่งจริง

ทำไมถึงเรียกว่า “ตั๋ว” แทนที่จะเรียกว่า “ทุน”

เพราะคำว่า ทุน ทำให้สมองรู้สึกว่าเป็นเงินที่ยัง “เป็นของเรา” และยัง “เอากลับมาได้” ซึ่งพาไปสู่พฤติกรรมอันตราย เช่น การเติมเงินเพิ่มเพื่อกู้สถานการณ์ หรือการฝืนเทรดต่อเพื่อเอาทุนคืน

คำว่า ตั๋ว สื่อความจริงได้ตรงกว่า — จ่ายแล้วจ่ายเลย เหมือนค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขัน ถ้าเข้าไปแล้วไม่ชนะ ค่าตั๋วไม่ได้คืน และการซื้อตั๋วใบใหม่คือการตัดสินใจใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่การ “ต่อ” จากใบเดิม

คิดแบบ “ทุน” → ฉันเสีย 100 ไป ต้องหาทางเอา 100 นั้นคืน คิดแบบ “ตั๋ว” → ตั๋วใบนั้นจบแล้ว คำถามคือ ควรซื้อใบใหม่หรือไม่
ข้อจำกัด: การเปลี่ยนคำเรียกไม่ได้เปลี่ยนความเสี่ยงจริงแม้แต่บาทเดียว มันเปลี่ยนแค่กรอบความคิดที่ใช้ตัดสินใจ ซึ่งงานวิจัยด้านพฤติกรรมชี้ว่ามีผลต่อการตัดสินใจจริง แต่ไม่ได้รับประกันว่าคุณจะตัดสินใจดีขึ้น
0.2

แนวคิดหลักของระบบ

Core idea — ทำให้รอบที่ผ่าน เป็นคนจ่ายค่าตั๋วของรอบถัดไป

เป้าหมายของทั้งระบบสรุปได้เป็นประโยคเดียว: เปลี่ยนกำไรจากรอบที่ผ่าน ให้กลายเป็นค่าตั๋วของรอบถัดไป เพื่อให้เงินจากชีวิตจริงถูกใช้ครั้งเดียวตอนเริ่ม แล้วหลังจากนั้นระบบเลี้ยงตัวเองได้

ลำดับหกขั้น The six steps

ขั้นที่ 1
จ่ายค่าตั๋วPay the ticket

เงินออกจากคลังทันที และถือว่าเสียไปแล้วตั้งแต่วินาทีที่จ่าย

ขั้นที่ 2
เข้ารอบและเทรดTrade the round

ช่วงเดียวที่ตลาดมีสิทธิ์แตะเงินของคุณ และแตะได้ไม่เกินค่าตั๋วใบนี้

ขั้นที่ 3
ผ่านเกณฑ์Pass

ได้สิทธิ์ถอน แต่ยังไม่ใช่เงินสด จนกว่าจะทำขั้นที่ 4

ขั้นที่ 4
ถอนกำไรออกมาเป็นเงินสดWithdraw

ขั้นนี้คือขั้นที่ตัวเลขกลายเป็นเงินจริง ก่อนหน้านี้ยังไม่ใช่

ขั้นที่ 5
กันเงินคืนค่าตั๋ว และกันเงินซื้อตั๋วใบหน้าRecover & reserve

แบ่งเงินที่ถอนมาเป็นสองก้อนก่อนเสมอ ก้อนแรกคืนต้นทุนใบเดิม ก้อนที่สองเตรียมไว้ซื้อใบถัดไป

ขั้นที่ 6
ที่เหลือคือกำไรที่รับรู้แล้วRealized profit

เฉพาะก้อนนี้เท่านั้นที่นับเป็นความมั่งคั่งจริง และควรถูกล็อกออกจากวงจรการเทรด

กรณีถอนได้ 2 เท่าของค่าตั๋ว จ่ายค่าตั๋ว 100 USD ผ่าน · ถอนออกมาได้ 200 USD แบ่งก่อนเสมอ คืนค่าตั๋วเดิม 100 กันซื้อตั๋วใบหน้า 100 กำไรที่รับรู้แล้ว 0 USD กรณีถอนได้ 3 เท่าของค่าตั๋ว จ่ายค่าตั๋ว 100 USD ผ่าน · ถอนออกมาได้ 300 USD แบ่งก่อนเสมอ คืนค่าตั๋วเดิม 100 กันซื้อตั๋วใบหน้า 100 กำไรที่รับรู้แล้ว 100 USD ข้อสังเกต: ถอนได้ 2 เท่า = ได้เล่นต่อฟรีหนึ่งใบ แต่ยังไม่ได้กำไรจริงเลยแม้แต่บาทเดียว และทั้งสองแถวนี้คือ “กรณีที่ผ่าน” เท่านั้น — รอบที่ไม่ผ่านจะไม่มีลูกศรใด ๆ เกิดขึ้นเลย

FIG. 00 ลำดับการแบ่งเงินหลังถอน — คืนต้นทุนก่อน กันตั๋วใบหน้าเป็นลำดับสอง เหลือเท่าไรจึงเรียกว่ากำไร

“ตั๋วฟรี” = ตั๋วใบถัดไปที่ซื้อด้วยกำไรที่ถอนออกมาแล้ว
“ฟรี” ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีต้นทุน และไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง
มันแปลเพียงว่า เงินที่ใช้ซื้อตั๋วใบนี้ ไม่ได้มาจากชีวิตจริงรอบใหม่ แต่มาจากกำไรที่ถอนออกมาได้แล้วในรอบก่อน
เงินก้อนนั้นยังเป็นเงินจริง 100% ถ้าเสียไป คุณจนลงเท่ากับจำนวนนั้นจริง ๆ ไม่ต่างจากเงินเดือนที่เพิ่งได้มา
อ่านให้จบก่อนใช้เครื่องมือนี้ · สิ่งที่ระบบนี้ไม่ได้ทำให้

1. ไม่ได้ปราศจากความเสี่ยง — ไม่มีส่วนไหนของแนวคิดนี้ลดโอกาสที่จะไม่ผ่านรอบ มันจัดการเฉพาะ ขนาดความเสียหาย และ ปลายทางของกำไร เท่านั้น

2. รอบที่ไม่ผ่านกินทุนจริงทุกครั้ง — ตัวอย่างในภาพด้านบนแสดงเฉพาะรอบที่ผ่าน ในความเป็นจริงคุณจะเจอรอบที่ไม่ผ่านสลับเข้ามา และแต่ละครั้งคือเงินที่หายไปทั้งก้อน

3. อย่านำกำไรกลับไปลงทุนทั้งหมด — การเอากำไรทั้งก้อนไปซื้อตั๋วใบใหญ่ขึ้นทุกครั้ง ทำให้ความเสียหายต่อรอบโตแบบทวีคูณ และรอบที่ไม่ผ่านเพียงรอบเดียวสามารถลบผลของหลายรอบก่อนหน้าได้

4. แยกเงินสามก้อนออกจากกันจริง ๆ — เงินค่าตั๋ว · เงินสำรองไว้ซื้อตั๋วใบหน้า · กำไรที่รับรู้แล้ว ควรอยู่คนละที่ในทางกายภาพ ไม่ใช่แค่คนละบรรทัดในหัวหรือในสเปรดชีต

5. เงินที่ยังไม่ได้ถอน ยังไม่ใช่กำไร — ตัวเลขในบัญชีทดสอบ กำไรที่ยังไม่ปิดสถานะ และเงินที่ยังติดเงื่อนไขการถอน ทั้งหมดนี้ยังไม่ควรถูกนับเป็นความมั่งคั่ง จนกว่าจะเข้าบัญชีจริงแล้ว

เอกสารนี้ไม่ได้แนะนำ ไม่ได้รับรอง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการ prop trading รายใด เป็นเพียงแบบจำลองเพื่อการศึกษาว่ากฎที่คุณกำหนดเองจะให้ผลลัพธ์ระยะยาวหน้าตาแบบไหน

ถ้าอยากรู้ว่าแนวคิดนี้ใช้ได้จริงกับตัวเองไหม ต้องดูตัวเลขอะไรบ้าง

สามตัวเลขนี้ตัดสินทุกอย่าง และทั้งสามตัวคุณต้องหามาเอง ระบบเดาให้ไม่ได้:

1. โอกาสผ่านต่อรอบจริงของคุณ — จากสถิติย้อนหลังที่นับได้จริง ไม่ใช่ความรู้สึก กรอกในกลุ่ม E ของศูนย์ตั้งค่า ถ้าไม่เคยวัด ให้ถือว่ายังไม่รู้ และอย่าเดาให้สูงไว้ก่อน

2. เงินที่ถอนได้จริงต่อรอบที่ผ่าน คิดเป็นกี่เท่าของค่าตั๋ว — ต้องเป็นยอดหลังหัก ส่วนแบ่งกำไร ค่าธรรมเนียม และภาษีแล้ว กรอกในกลุ่ม C

3. คุณทนรอบที่ไม่ผ่านติดกันได้กี่รอบ — ทั้งในแง่เงินและในแง่จิตใจ กรอกในกลุ่ม C

เมื่อกรอกครบ หัวข้อ 11 จะบอกว่าแนวคิดนี้มีความได้เปรียบทางคณิตศาสตร์หรือไม่ และหัวข้อ 12 จะบอกว่าโอกาสอยู่รอดกับโอกาสหมดตัวเป็นเท่าไร

ข้อจำกัด: ถ้าค่าที่กรอกไม่ตรงกับความจริง ผลลัพธ์ทั้งหมดจะไม่ตรงตามไปด้วย เครื่องมือนี้ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าตัวเลขที่คุณกรอกมาจากสถิติจริงหรือจากความหวัง
01

Executive Summary

บทสรุปผู้บริหาร

ระบบนี้ไม่ใช่เครื่องสร้างกำไร และไม่ใช่ตัวสร้างสัญญาณเทรด มันคือ ระบบจำลองการอยู่รอด ที่แยกความจริงออกเป็นสี่ชั้นซึ่งมักถูกปนกันจนวิเคราะห์ไม่ได้

ชั้นที่ 1
Market Performanceผลของตลาด

ชนะหรือแพ้ ได้กี่เท่า — สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เลย

ชั้นที่ 2
Capital Managementการบริหารทุน

เอาเงินเข้าตลาดเท่าไร ถอนออกเท่าไร เก็บไว้ที่ไหน — ควบคุมได้ 100%

ชั้นที่ 3
Human Behaviourพฤติกรรมมนุษย์

ทำตามกฎที่ตัวเองตั้งไว้หรือเปล่า — ควบคุมได้ แต่ยากที่สุด

ชั้นที่ 4
Life Conditionสภาพชีวิต

นอนพอไหม เครียดไหม มีภาระต้องใช้เงินไหม — เป็นตัวกำหนดชั้นที่ 3

หัวใจของเอกสารนี้

กลยุทธ์ที่ทำกำไรได้จริง ยังพังได้ ถ้าพฤติกรรมมนุษย์ทำลายกฎของมัน

และเทรดเดอร์ที่มีวินัยสูงมาก ก็ยังพังได้ ถ้ากลยุทธ์ข้างล่างมี Expected Value ติดลบ

หน้าจอนี้จะแสดงทั้งสองด้านอย่างตรงไปตรงมา ไม่เข้าข้างฝั่งใด

ระบบนี้ตอบอะไรได้ และตอบอะไรไม่ได้

ตอบได้: ถ้ากฎที่คุณกรอกเป็นจริง ผลลัพธ์ระยะยาวจะมีหน้าตาแบบไหน · เงินที่ตลาดแตะได้จริง ๆ มีเท่าไร · การไม่ทำตามระบบครั้งหนึ่งมีต้นทุนกี่บาท · โอกาสหมดตัวภายใต้สมมติฐานนี้เป็นเท่าไร

ตอบไม่ได้: ตลาดพรุ่งนี้จะขึ้นหรือลง · ค่า p (โอกาสชนะ) ที่แท้จริงของคุณเป็นเท่าไร · เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดในอดีตจะเกิดเมื่อไร

ข้อจำกัด: ทุกตัวเลขที่ระบบคำนวณ ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ คุณ กรอกเข้าไป ถ้าค่า p ที่กรอกสูงกว่าความจริง ผลลัพธ์ทั้งหมดจะสวยกว่าความจริงตามไปด้วย

“The market does not decide whether you made money today.
It decides whether you are still allowed to play twenty years from now.”

ตลาดไม่ได้ตัดสินว่าวันนี้คุณได้กำไรเท่าไร
มันตัดสินว่าอีกยี่สิบปีข้างหน้า คุณยังมีสิทธิ์เล่นเกมนี้อยู่หรือเปล่า

02

Core Philosophy

ปรัชญาหลัก

ระบบนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเอาชนะตลาด แต่ถูกออกแบบมาเพื่อจำกัดสิทธิ์ที่ตลาดจะทำร้ายเราได้

Greed · ความโลภ

ขยายขนาดเกินแผนตอนกำลังชนะ

Fear · ความกลัว

ตัดกำไรเร็วเกินไป ถือขาดทุนนานเกินไป

Hope · ความหวัง

ไม่ยอมตัดขาดทุนเพราะเชื่อว่าราคาจะกลับมา

Revenge · การเอาคืน

เพิ่มขนาดหลังแพ้ เพื่อเอาทุนคืนในไม้เดียว

Ego · อีโก้

ต้องการถูก มากกว่าต้องการรอด

Antidote · ยาแก้

ให้โครงสร้างตัดสินใจแทน ก่อนที่อารมณ์จะได้พูด

“The market may touch the ticket, but never the treasury.”

ตลาดแตะได้แค่ตั๋ว แต่ห้ามแตะคลัง

ทำไมต้องวัดอารมณ์ด้วย

เพราะกฎที่ไม่มีกลไกบังคับ คือ ความตั้งใจ ไม่ใช่กฎ ระบบส่วนใหญ่ล้มเหลวไม่ใช่เพราะสูตรผิด แต่เพราะมนุษย์คนเดิมที่เขียนกฎ เป็นคนคนเดียวกับที่ฝ่ากฎตอนตีสอง ส่วนถัดไปจึงวัดสภาพของ "คนที่จะกดปุ่ม" ไม่ใช่แค่สภาพของพอร์ต

03

Ticket and Reserve Model

โมเดลตั๋วและคลัง

แบ่งเงินออกเป็นส่วนที่ยอมให้ตลาดแตะได้ กับส่วนที่ห้ามแตะ แล้วทำให้การข้ามเส้นเป็นเรื่องยากในเชิงโครงสร้าง

Active Ticket · Tn
ตั๋วเงินที่กำลังอยู่ในตลาด

ยอมรับได้ถ้าหายไปทั้งหมด · มีเพดานสูงสุด · เมื่อตั๋วตาย ให้ซื้อใบใหม่ ไม่ใช่ขยายใบเดิม

Available Reserve · Rn
คลังเงินนอกตลาดที่ยังซื้อตั๋วรอบใหม่ได้

ควรอยู่คนละบัญชีจริง ๆ ไม่ใช่แค่คนละบรรทัดในสเปรดชีต · ยิ่งคลังโต สัดส่วนความเสี่ยงยิ่งเล็กลงเอง

External Capital เงินจากชีวิตจริง Available Reserve คลังที่ยังซื้อตั๋วได้ BUY TICKET → RESERVE −T Active Ticket เงินที่ตลาดแตะได้ MAX LOSS THIS ROUND WIN NetGn = Tn×Mn − Cn LOSS TICKET → 0 Reserve Dn = NetGn − T(n+1) Protected Wealth ล็อกออกจากวงจรเทรด ห้ามกลับ RESERVE UNCHANGED BY A LOSS แพ้แล้วคลังไม่ถูกหักซ้ำ

FIG. 01 เส้นทางเดียวที่เงินเข้าตลาดได้คือผ่าน "ซื้อตั๋วจากคลัง" ซึ่งหักคลังเสมอ ทำให้ เงินผี (phantom capital) เกิดขึ้นไม่ได้ในเชิงโครงสร้าง

04

Capital Accounting

บัญชีทุน — สถานะทั้งสี่ และกฎเหล็กข้อเดียว

Reserve+Active Ticket+Protected=Total Wealth
ระบบตรวจสมการนี้ ทุกครั้ง ที่เงินเคลื่อนที่ ถ้าผิดแม้แต่ครั้งเดียว จะขึ้นเตือนสีแดงทันที
ทำไม External Capital ไม่ได้อยู่ในสมการนี้

External Capital คือตัวนับ ไม่ใช่ถัง — เงินจากชีวิตจริงทุกบาทที่เติมเข้าระบบ จะไหลเข้าไปอยู่ใน Available Reserve ทันทีที่เข้ามา ถ้าเอามาบวกในสมการอีกครั้ง จะกลายเป็นการนับซ้ำ

เราจึงเก็บมันไว้เป็น ประวัติ ว่าชีวิตจริงจ่ายไปแล้วเท่าไร เพื่อตอบคำถามสำคัญกว่าว่า "เงินก้อนนั้นได้คืนมาแล้วกี่เปอร์เซ็นต์"

External Capital Added = 100 (ตัวนับสะสม) Available Reserve = 0 Active Ticket = 100 Protected Wealth = 0 ────────────────────────────── Total Wealth = 100 ← 0 + 100 + 0
ข้อจำกัด: ถ้าคุณเติมเงินหลายครั้ง ตัวนับจะโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่ Total Wealth อาจไม่โตตาม ส่วนต่างนั้นคือขาดทุนที่แท้จริงจากชีวิตจริง

สถานะทุนทั้งสี่ Four capital states

External Capital
ทุนจากชีวิตจริง

เงินที่ผู้ใช้เติมเข้าสู่ระบบจากนอกตลาด เช่น เงินเดือน เงินเก็บ — ตัวนับสะสม ไม่ใช่ถังแยก

Available Reserve
คลังที่ใช้ได้

เงินที่อยู่ข้างนอกตลาดและยังนำมาซื้อตั๋วรอบใหม่ได้ตามกฎ

Active Ticket
ตั๋วที่กำลังใช้งาน

เงินที่กำลังอยู่ในตลาดและสามารถสูญเสียได้ในรอบปัจจุบัน

Protected Wealth
เงินที่ล็อกแล้ว

เงินที่ถูกล็อกออกจากวงจรเทรดและไม่อนุญาตให้ย้อนกลับเข้าสู่ตลาด ตั้งสัดส่วนได้ที่ Protection Rate

4.1 ซื้อตั๋ว Ticket purchase — ทุนรวมต้องไม่เปลี่ยน

Rafter=RbeforeT
ตัวอย่าง: คลัง 400 · ซื้อตั๋ว 100 → คลังเหลือ 300 · ตั๋ว 100 · ทุนรวมยังคง 400

4.2 รอบที่แพ้ Losing round — ห้ามหักซ้ำ

T0, Rafter=Rbefore
ตั๋วถูกหักออกจากคลังไปแล้วตอนซื้อ การหักอีกครั้งคือ บั๊กบัญชีที่พบบ่อยที่สุด ของโมเดลนี้
ตัวอย่างที่ผิด

คลังก่อนรอบ 300 · ตั๋ว 100 · แพ้ → เขียนว่าคลังเหลือ 200 คือหักตั๋วใบเดียวกันสองครั้ง ค่าที่ถูกต้องคือคลังยังเป็น 300 และทุนรวมลดจาก 400 เหลือ 300 พอดี

4.3 รอบที่ชนะ Winning round — คิดจาก NetGn เสมอ

Gn=Tn×Mn · Cn=Gn×cost · NetGn=GnCn
ตั๋วใบถัดไปและยอดถอน คำนวณจาก NetGn ไม่ใช่ Gn — ต้นทุนถูกหักก่อนเสมอ

ทุนตั้งต้นและกฎการเติมเงิน Capital inputs & refill governance

Read-onlyค่าทั้งหมดด้านล่างแก้ไขได้ที่ ศูนย์ตั้งค่าการจำลอง เพียงที่เดียว หน้านี้แสดงค่าที่กำลังใช้อยู่จริง→ ไปที่ศูนย์ตั้งค่า

กฎการเติมทุนจากชีวิตจริง External Capital Refill Rules · §22

บัญชีสด Live ledger — รอบล่าสุด

อ่านช่อง Reserve after outcome เวลาแพ้ — มันต้องเท่ากับ Reserve at round start เสมอ

IN

Simulation Inputs

ตั้งค่าการจำลองทั้งหมด — ที่เดียวที่แก้ค่าได้

ศูนย์ตั้งค่าการจำลอง Single source of truth

ทุกค่าที่ใช้คำนวณทั้งเอกสารนี้ถูกกรอกที่นี่ เพียงที่เดียว หัวข้ออื่นจะแสดงค่าเดียวกันแบบอ่านอย่างเดียว และจะอัปเดตทันทีที่คุณแก้ตรงนี้ จึงไม่มีทางที่ค่าจากสองที่จะไม่ตรงกัน

กด Preset แล้วค่าทุกกลุ่มจะถูกเขียนทับ และลำดับรอบที่จำลองไว้จะถูกล้าง

ทำไมต้องรวมทุกค่าไว้ที่เดียว

ในเวอร์ชันก่อนหน้า พารามิเตอร์กระจายอยู่ตามหัวข้อต่าง ๆ ทำให้ต้องเลื่อนหาและเสี่ยงที่จะ กรอกค่าเดียวกันคนละที่จนไม่ตรงกัน

ตอนนี้ระบบเก็บค่าทั้งหมดไว้ใน object เดียว ในหน่วยความจำ การคำนวณทุกอย่าง — บัญชีทุน · การจำลองด้วยมือ · Monte Carlo · คะแนนทั้งสาม · ชุดทดสอบ · การบันทึกลงเครื่อง · การส่งออก JSON — อ่านจาก object เดียวกันนี้ทั้งหมด

แก้ค่าที่ศูนย์ตั้งค่า ↓ central state object ↓ ทุกหัวข้อ · ทุกกราฟ · ทุกคะแนน · ทุกการจำลอง อัปเดตพร้อมกัน
ข้อจำกัด: ปุ่มในหัวข้อ 05 (เพิ่มรอบ WIN/LOSS, เติมทุน) และช่องเลือกขนาดตั๋วใน หัวข้อ 06 ไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะเป็น การกระทำรายรอบ ไม่ใช่ค่าตั้งต้นของการจำลอง
05

Interactive Manual Simulation

ห้องทดลองจำลองด้วยมือ — กดผลลัพธ์ทีละรอบ แล้วดูว่าเงินเดินไปไหน

ทุกตัวเลขในหน้านี้คำนวณจาก state จริงของการจำลอง ไม่มีค่าที่เขียนตายไว้แม้แต่ตัวเดียว

Read-onlyพารามิเตอร์ทั้งหมดของการจำลองอยู่ที่ ศูนย์ตั้งค่าการจำลอง ปุ่มด้านล่างเป็น การกระทำรายรอบ ไม่ใช่ค่าตั้งต้น→ ไปที่ศูนย์ตั้งค่า

Manual Round Simulator จำลองทีละรอบ

Live KPI Dashboard ตัวชี้วัดสด

Charts กราฟจากข้อมูลจริงของการจำลอง

Round History ประวัติรายรอบ

Table · Round History — เลื่อนแนวนอนเพื่อดูคอลัมน์ทั้งหมด
#OutcomeStart TicketStart Reserve ×GrossCostNet Next TicketWithdrawProtected End ReserveTotal WealthSurv
State · Export · Import (§26)

ความเป็นส่วนตัว: ข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บใน LocalStorage ของเบราว์เซอร์บนเครื่องคุณเท่านั้น ไม่มีการส่งออกไปเซิร์ฟเวอร์ใด ๆ ไฟล์นี้ไม่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกจากฟอนต์ (ซึ่งไม่จำเป็นต้องโหลดสำเร็จ)

06

Human Ticket Decision Engine

เครื่องจำลองการเลือกขนาดตั๋วของมนุษย์

มนุษย์ไม่ได้ใช้ตั๋วขนาดเดิมตลอด วันนี้ 100 พรุ่งนี้ 250 สัปดาห์หน้าอาจเป็น 3,000 ขนาดเปลี่ยนเพราะความมั่นใจ ขนาดคลัง ผลลัพธ์รอบก่อน อารมณ์ และความจำเป็นทางการเงิน ส่วนนี้แยก สิ่งที่ระบบแนะนำ ออกจาก สิ่งที่มนุษย์เลือกจริง อย่างชัดเจน

นโยบายขนาดตั๋วที่กำลังใช้ Active ticket policy

Read-onlyเลือกนโยบายและตั้งค่าพารามิเตอร์ได้ที่ ศูนย์ตั้งค่า → กลุ่ม B→ ไปที่ศูนย์ตั้งค่า

System Recommendation vs Human Choice คำแนะนำของระบบ เทียบกับสิ่งที่มนุษย์เลือก

ติ๊กเมื่อคุณเทรดทั้งที่ระบบบอกให้หยุด — จะถูกบันทึกและเพิ่มความเสี่ยง Behavioural Ruin
Override Risk แบ่งระดับอย่างไร

ระบบเทียบขนาดที่คุณเลือกกับขนาดที่แนะนำ แล้วจัดระดับตามส่วนต่าง:

ต่ำกว่าคำแนะนำ → ลดความเสี่ยง (ไม่ถือว่าผิดวินัยรุนแรง) เกิน 0–25% → เกินเล็กน้อย เกิน 25–100% → เกินปานกลาง เกิน 100–300% → เกินสูง เกิน มากกว่า 300% → เกินรุนแรง

ตัวอย่าง: ระบบแนะนำ 500 แต่คุณเลือก 3,000 → เกิน 500% → จัดเป็น เกินรุนแรง

ข้อจำกัด: การ Override ไม่ได้แปลว่าผิดเสมอไป บางครั้งการลดขนาดคือการตัดสินใจที่ดีกว่าระบบ ระบบจึงบันทึกทั้งสองทิศทาง แล้วให้ §15 คำนวณต้นทุนจริงเป็นตัวเงิน
07

Emotional Assessment

การประเมินอารมณ์และสภาพชีวิตก่อนเทรด

อ่านก่อนใช้

ตัวเลขเหล่านี้ ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ และไม่ได้บอกว่าคุณเป็นคนแบบไหน มันเป็นเพียง ตัวชี้วัดความเสี่ยงเชิงพฤติกรรม ที่ช่วยตอบคำถามเดียวว่า "สภาพของคนที่กำลังจะกดปุ่มตอนนี้ เหมาะจะตัดสินใจเรื่องเงินหรือยัง"

ถ้าคะแนนออกมาต่ำ ระบบจะไม่บอกว่าคุณแย่ มันจะบอกว่า ระบบพบความเสี่ยงสูง แล้วเสนอให้ลดขนาดหรือรอ

ค่าที่กรอกไว้ Current emotional & life inputs

Read-onlyปรับสไลเดอร์ทั้ง 20 ตัวได้ที่ ศูนย์ตั้งค่า → กลุ่ม H→ ไปที่ศูนย์ตั้งค่า

Emotional Stability Score คะแนนความมั่นคงทางอารมณ์

Score=0.15·Calm + 0.15·Focus + 0.15·Sleep + 0.15·(100−Revenge)
+ 0.10·(100−Stress) + 0.10·(100−Greed) + 0.10·(100−Fatigue) + 0.10·(100−FinPressure)
Sleep = 0.6 × min(1, ชั่วโมงนอน ÷ 7) × 100 + 0.4 × คุณภาพการนอน
เกณฑ์การอ่านคะแนน และตัวแปรที่ไม่ได้อยู่ในสูตร
85–100 พร้อมเทรด → ใช้ขนาดตั๋วเต็มตามระบบ 70–84 เทรดได้ แต่ควรลดขนาด → ระบบลดคำแนะนำเหลือ 75% 50–69 ความเสี่ยงทางอารมณ์สูง → ระบบลดคำแนะนำเหลือ 50% 30–49 ควรหยุดเทรด → ระบบลดคำแนะนำเหลือ 25% 0–29 ห้ามเปิดออเดอร์ใหม่ → ระบบแนะนำขนาด 0

ตัวแปรที่ไม่ได้อยู่ในสูตรหลัก — Fear, Anger, Overconfidence, FOMO และ Family Conflict ถูกรวมเป็น Secondary Emotional Load แยกต่างหาก และนำไปใช้ใน Trade Readiness Gate (§8), Override Risk (§10) และความน่าจะเป็นที่จะฝ่าระบบใน Monte Carlo (§12) เหตุผลคือเราต้องการให้สูตรหลักตรงกับข้อกำหนดเป๊ะ ๆ ตรวจสอบย้อนหลังได้

ตัวอย่างการอ่าน Revenge Urge = 80: คุณกำลังมีแรงผลักดันให้เปิดออเดอร์เพื่อเอาเงินที่เสียไปคืน ไม่ใช่เพราะเกิด Setup ใหม่ นี่คือสัญญาณเสี่ยงที่สุดในบรรดาตัวแปรทั้งหมด จึงถ่วงน้ำหนักถึง 15%

ข้อจำกัด: คะแนนนี้มาจากการที่คุณประเมินตัวเอง ซึ่งคนที่กำลังอยู่ในภาวะอารมณ์รุนแรงที่สุด มักประเมินตัวเองต่ำกว่าความจริง ให้ใช้เป็นเครื่องเตือน ไม่ใช่เครื่องวัดที่แม่นยำ
08

Trade Readiness Gate

ประตูตรวจความพร้อมก่อนเทรด

รวมทุกสัญญาณ — อารมณ์ วินัย การนอน การแพ้ติดกัน คลังที่เหลือ EV และพฤติกรรมการฝ่าระบบ — เป็นคำตอบเดียวสี่ระดับ

กำลังคำนวณ

Stop Rules เงื่อนไขหยุดที่ตั้งไว้ · §23

Read-onlyแก้ไขได้ที่ ศูนย์ตั้งค่า → กลุ่ม C→ ไปที่ศูนย์ตั้งค่า
ระบบไม่ได้บล็อกคุณ — แต่มันจดไว้

เมื่อผลออกมาเป็น STOP ปุ่ม WIN / LOSS จะถูกปิด และแสดงเหตุผลเป็นภาษาไทยทุกข้อ แต่คุณยังสามารถกด "ยืนยันเทรดต่อ" ได้เสมอ

เพราะระบบที่บังคับคนไม่ได้ผลในชีวิตจริง สิ่งที่ได้ผลคือ การทำให้ต้นทุนของการฝ่ากฎมองเห็นได้ ทุกครั้งที่คุณฝ่า ระบบจะบันทึกลง Human Override Log (§15) แล้วคำนวณให้ดูว่ามันมีราคาเท่าไร

ตัวอย่างข้อความที่ระบบจะแสดง: ระบบแนะนำให้หยุด เพราะ: - แพ้ติดต่อกัน 3 รอบ ถึงเพดานที่ตั้งไว้ - นอนเพียง 3 ชั่วโมง ต่ำกว่าระดับที่ปลอดภัย - ความอยากเอาคืน 90/100 กำลังขับการตัดสินใจแทน Setup - ขนาดตั๋วที่เลือกสูงกว่าคำแนะนำ 6.0 เท่า
ข้อจำกัด: Gate ตัดสินจากค่าที่คุณกรอกเท่านั้น ถ้าไม่ได้อัปเดตสภาพอารมณ์จริง ผลลัพธ์จะไม่มีความหมาย
09

Discipline Score

คะแนนวินัย — วัดว่าทำตามกฎที่ตัวเองตั้งไว้แค่ไหน

Discipline=กฎที่ทำตาม÷กฎที่ใช้ได้ในรอบนั้น×100
กฎบางข้อใช้ไม่ได้ในบางรอบ เช่น "ถอนกำไร" ใช้ได้เฉพาะรอบที่ชนะ ระบบจึงหารด้วยเฉพาะกฎที่ applicable

กฎทั้ง 10 ข้อ สถานะในรอบล่าสุด

Discipline Trend แนวโน้มวินัยรายรอบ

เกณฑ์การอ่าน และทำไมวินัยสำคัญกว่าที่คิด
90–100 ยึดระบบได้ดีมาก 75–89 มีวินัย แต่ยังมีการฝ่าฝืน 50–74 ระบบเริ่มเสียความหมาย ต่ำกว่า 50 พฤติกรรมกำลังควบคุมระบบ

ระบบที่มี Expected Value เป็นบวก จะให้ผลตามที่คำนวณไว้ก็ต่อเมื่อถูกทำซ้ำตามกฎเดิมจำนวนมาก การฝ่ากฎเพียงไม่กี่ครั้งด้วยขนาดที่ใหญ่ผิดปกติ สามารถลบผลของการทำถูกหลายร้อยรอบได้ในไม้เดียว

นั่นคือเหตุผลที่ Discipline ถ่วงน้ำหนักถึง 20% ใน Survival Score เท่ากับความมั่นคงทางอารมณ์ และมากกว่าน้ำหนักของ Expected Value เอง

ข้อจำกัด: ระบบวัดได้เฉพาะสิ่งที่คุณบันทึกเข้ามา ถ้าไม่กรอกอารมณ์หรือไม่ระบุ Override คะแนนวินัยจะสูงเกินจริง
10

Survival Score

คะแนนการอยู่รอด — คะแนนรวมของทั้งระบบ

รวมทุกอย่างที่วัดมาทั้งหน้า ให้เหลือตัวเลขเดียวที่ตอบว่า ถ้าทำแบบนี้ต่อไป ระบบนี้ทนได้แค่ไหน

Survival=0.20·Capital + 0.15·EV + 0.20·Discipline + 0.20·Emotional
+ 0.10·Physical + 0.10·Durability + 0.05·(100 − OverrideRisk)
น้ำหนักรวม = 100% · ทุกองค์ประกอบถูกปรับให้อยู่ในช่วง 0–100 ก่อนถ่วงน้ำหนัก

Weakest Component & Recommended Action จุดอ่อนที่สุด และสิ่งที่ควรทำ

Survival Score by Round คะแนนการอยู่รอดรายรอบ

องค์ประกอบทั้ง 7 คำนวณอย่างไร

Capital Safety (20%) — ความปลอดภัยของทุน = (1 − ตั๋ว ÷ ทุนรวม) × 100 · ยิ่งเงินที่ตลาดแตะได้เป็นสัดส่วนน้อย ยิ่งปลอดภัย

Expected Value (15%) — ปรับ EV ให้อยู่ในช่วง 0–100 โดย EV = −0.5 ได้ 0 คะแนน, EV = 0 ได้ 33 คะแนน, EV = +1.0 ได้ 100 คะแนน

Discipline (20%) — คะแนนวินัยสะสมจาก §9 โดยตรง

Emotional Stability (20%) — คะแนนอารมณ์จาก §7 โดยตรง

Physical Readiness (10%) — ความพร้อมของร่างกาย ถ่วงจาก การนอน 50% · ความหิว 10% · ความเจ็บปวด 10% · การออกกำลัง 8% · สารกระตุ้น/แอลกอฮอล์ 12% · ชั่วโมงทำงาน 5% · เวลาหน้าจอ 5%

Reserve Durability (10%) — ความทนทานของคลัง = จำนวนตั๋วที่ยังซื้อได้ ÷ เป้าหมายความทนทาน (ค่าเริ่มต้น 20 ใบ) ถ้าซื้อได้ 20 ใบขึ้นไป = เต็ม 100

Override Risk (5%) — ความเสี่ยงจากการฝ่าระบบ วัดจากค่าเฉลี่ยของส่วนที่เกินคำแนะนำ เกิน 300% ขึ้นไปถือว่าเต็มเพดาน

85–100 ระบบแข็งแรงมาก 80–89 อยู่ในระดับมืออาชีพ 70–79 อยู่รอดได้ถ้ายังทำตามแผน 55–69 เปราะบาง 40–54 อันตราย ต่ำกว่า 40 ควรหยุดระบบและทบทวน
ข้อจำกัด: น้ำหนักทั้ง 7 เป็นค่าที่กำหนดขึ้นเพื่อการศึกษา ไม่ได้มาจากงานวิจัยเชิงประจักษ์ เปลี่ยนน้ำหนักแล้วอันดับความสำคัญก็เปลี่ยน ใช้เพื่อเปรียบเทียบสถานการณ์ของตัวเอง ไม่ใช่เทียบกับคนอื่น
11

Probability Engine

เครื่องคำนวณความน่าจะเป็น

สมมติฐานความน่าจะเป็นที่กำลังใช้ Probability assumptions

Read-onlyแก้ไขโอกาสชนะ จำนวนรอบ และการกระจายตัวคูณได้ที่ ศูนย์ตั้งค่า → กลุ่ม E→ ไปที่ศูนย์ตั้งค่า

Expected Value ค่าคาดหวังต่อ 1 หน่วยที่เสี่ยง

EV=p×(M×(1cost)1)(1p)×severity
severity = ความเสียหายเฉลี่ยเป็นจำนวนเท่าของตั๋ว ปกติ = 1 แต่ Black Swan (§14) ทำให้มากกว่า 1 ได้
Expected Value คืออะไร อธิบายแบบไม่ใช้คณิตศาสตร์

Expected Value · ค่าคาดหวัง

หมายถึง: กำไรหรือขาดทุนเฉลี่ยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อหนึ่งรอบ ถ้าทำซ้ำจำนวนมากภายใต้เงื่อนไขเดิม

ลองคิดแบบนี้: ถ้าคุณเสี่ยง 100 บาทต่อรอบ แล้ว EV = +0.24 แปลว่าโดยเฉลี่ยคุณได้เพิ่ม 24 บาทต่อรอบ ไม่ได้แปลว่ารอบนี้จะได้ 24 บาท — รอบเดียวอาจเสียทั้ง 100 ก็ได้ แต่ถ้าทำแบบเดิมเป็นพันรอบ ค่าเฉลี่ยจะเข้าใกล้ +24

p = 25% M = 5× cost = 1% EV = 0.25 × (5 × 0.99 − 1) − 0.75 × 1 = 0.25 × 3.95 − 0.75 = +0.2375 → เป็นบวก

ถ้า EV ติดลบ ไม่ว่าจะบริหารเงินเก่งแค่ไหน ก็แค่ทำให้ขาดทุนช้าลง ไม่มีกฎการถอนเงินใดสร้าง edge ขึ้นมาได้

ข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดของทั้งหน้านี้: ค่า p ต้องมาจากสถิติย้อนหลังที่วัดได้จริงและมีจำนวนตัวอย่างพอ ไม่ใช่จากความรู้สึกหรือจากช่วงที่กำลังชนะ การประเมิน p สูงเกินจริงคือสาเหตุการล้มเหลวอันดับหนึ่งของโมเดล EV ทุกชนิด

Streak & Attempt Probabilities ความน่าจะเป็นของการชนะ/แพ้ติดกัน

สี่สูตรความน่าจะเป็น พร้อมตัวอย่างจริง

1. ชนะติดกัน n รอบ = pn
p = 25% ชนะติดกัน 5 รอบ = 0.25⁵ = 0.098% หรือประมาณ 1 ใน 1,024 ครั้ง

2. แพ้ติดกัน n รอบ = (1−p)n
p = 25% แพ้ติดกัน 5 รอบ = 0.75⁵ = 23.7% — เกิดขึ้นเกือบทุก 4 ชุด ต้องออกแบบระบบให้ทนได้

3. ชนะอย่างน้อย 1 ครั้งใน k รอบ = 1 − (1−p)k
p = 25% ใน 10 รอบ = 94.4% — เกือบแน่นอน แต่ต้องมีทุนพอที่จะอยู่ถึงรอบที่ 10

4. จำนวนครั้งเฉลี่ยก่อนชนะ 1 ครั้ง = 1 ÷ p
p = 25% → เฉลี่ย 4 รอบ แต่ "เฉลี่ย" ไม่ได้แปลว่าเกิน 4 รอบแล้วจะต้องชนะ ตลาดไม่มีความจำ

ข้อจำกัด: ทุกสูตรข้างบนสมมติว่าแต่ละรอบเป็นอิสระต่อกัน (independent) ในความเป็นจริง ผลของรอบก่อนมักมีผลต่ออารมณ์และการตัดสินใจของรอบถัดไป ซึ่งทำให้สมมติฐานนี้ไม่จริงเสมอไป นั่นคือเหตุผลที่ระบบนี้จำลองพฤติกรรมแยกต่างหากใน §12
12

Monte Carlo Lab

ห้องทดลองจำลองสุ่มหลายหมื่นชีวิต

Monte Carlo คืออะไร · การจำลองแบบสุ่ม

แทนที่จะคำนวณคำตอบเดียว ระบบจะ จำลองชีวิตการเทรดทั้งชีวิตซ้ำหลายหมื่นรอบ โดยแต่ละรอบให้ผลชนะ/แพ้สุ่มตามความน่าจะเป็นที่คุณตั้งไว้ แล้วดูว่าผลลัพธ์ทั้งหมดกระจายตัวอย่างไร

เปรียบเหมือนการเล่นชีวิตเดิม 10,000 ครั้ง แล้วนับว่ากี่ครั้งที่รอด กี่ครั้งที่หมดตัว

ข้อจำกัดสำคัญ: นี่คือค่าประมาณจากการจำลอง ไม่ใช่คำทำนายที่รับประกัน ผลลัพธ์ขึ้นกับสมมติฐานที่คุณกรอกทั้งหมด ถ้าสมมติฐานผิด ผลก็ผิดตาม

ค่าที่ใช้ในการจำลอง Monte Carlo settings

Read-onlyแก้ไขจำนวนครั้ง จำนวนรอบ seed เป้าหมาย และนิยามการหมดตัวได้ที่ ศูนย์ตั้งค่า → กลุ่ม F→ ไปที่ศูนย์ตั้งค่า
ยังไม่ได้รัน

Monte Carlo Results ผลการจำลอง

Monte Carlo Charts กราฟผลการจำลอง

อ่านค่าเปอร์เซ็นไทล์และกราฟแต่ละอันอย่างไร

Median Ending Reserve · เงินสำรองปลายทางที่อยู่ตรงกลาง
ถ้าจำลอง 10,000 ครั้ง ครึ่งหนึ่งจะจบสูงกว่าค่านี้ และอีกครึ่งหนึ่งจะจบต่ำกว่าค่านี้

เปอร์เซ็นไทล์ที่ 10 — มี 10% ของการจำลองที่จบต่ำกว่าค่านี้ ใช้ประเมิน "กรณีโชคร้าย"

เปอร์เซ็นไทล์ที่ 90 — มี 10% ที่จบสูงกว่าค่านี้ ใช้ประเมิน "กรณีโชคดี" แต่อย่าวางแผนจากตัวเลขนี้

Ending Reserve Distribution — ฮิสโทแกรมแสดงว่าผลลัพธ์กระจุกตัวอยู่ตรงไหน แท่งสูงทางซ้ายสุดมักหมายถึงกลุ่มที่หมดตัว

Survival Curve · เส้นโค้งการอยู่รอด — สัดส่วนของการจำลองที่ยัง "มีชีวิต" อยู่ ณ รอบที่ n ถ้าเส้นดิ่งลงเร็วในช่วงต้น แปลว่าระบบเปราะบางตั้งแต่แรก

Percentile Bands — แถบแสดงช่วงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ตามเวลา ยิ่งแถบกว้างยิ่งคาดเดายาก

ข้อจำกัด: การจำลองสมมติว่าโอกาสชนะคงที่ตลอดเวลา ตลาดจริงไม่เป็นแบบนั้น ใช้ Market Regime (§13) เพื่อทดสอบว่าถ้าสมมติฐานเปลี่ยน ผลจะเปลี่ยนแค่ไหน
13

Market Regime

สภาวะตลาด — ชุดสมมติฐาน ไม่ใช่ความจริงสากล

คำเตือนก่อนใช้

ค่าตัวเลขในแต่ละสภาวะไม่ได้เป็นความจริงของตลาดจริง มันคือ ชุดสมมติฐานสำหรับทดลอง ที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้เห็นว่า ถ้าเงื่อนไขเปลี่ยนไปแบบนี้ ผลลัพธ์จะเปลี่ยนอย่างไร กดเลือกแล้วค่าจะไปแทนที่ใน Probability Engine และ Monte Carlo — ปรับต่อเองได้ทุกตัว

แต่ละสภาวะตลาดหมายถึงอะไร
14

Black Swan & Execution Risk

ความเสี่ยงเหตุการณ์สุดขั้วและความเสี่ยงจากการส่งคำสั่ง

สมมติฐานที่อันตรายที่สุดของโมเดลตั๋วคือประโยคที่ว่า "ตั๋วคือความเสียหายสูงสุด" ในตลาดจริง ประโยคนี้ผิดได้

ทำไมตั๋วอาจไม่ใช่เพดานจริง

แม้ระบบจะตั้งใจจำกัดความเสียหายเท่ากับตั๋ว แต่เหตุการณ์ผิดปกติอาจทำให้ขาดทุนเกินจำนวนที่คาด เช่น ราคา Gap ข้ามจุดตัดขาดทุน · Slippage รุนแรงตอนสภาพคล่องหาย · โบรกเกอร์ล่ม · อินเทอร์เน็ตหลุด · ปิดสถานะไม่ได้ · หรือแพลตฟอร์มค้างในจังหวะที่สำคัญที่สุด

ค่าความเสี่ยงหายากที่ตั้งไว้ Rare event inputs

Read-onlyแก้ไขได้ที่ ศูนย์ตั้งค่า → กลุ่ม G→ ไปที่ศูนย์ตั้งค่า
ตัวเลขเริ่มต้นหมายความว่าอย่างไร
0.1% ของรอบที่แพ้ → ขาดทุน 1.5 เท่าของตั๋ว 0.01% ของรอบที่แพ้ → ขาดทุน 5 เท่าของตั๋ว

ฟังดูน้อยมาก แต่ถ้าเทรด 2 ไม้ต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ 50 สัปดาห์ต่อปี = 500 รอบต่อปี ในระยะ 20 ปี = 10,000 รอบ โอกาสที่จะเจอเหตุการณ์ 5 เท่าอย่างน้อยหนึ่งครั้งจะไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป

ระบบจะนำค่าเหล่านี้ไปคิดใน Expected Value (ทำให้ severity เฉลี่ยมากกว่า 1) และจำลองใน Monte Carlo ทุกครั้ง ส่วนที่เกินตั๋วจะถูกหักออกจาก Available Reserve แต่ไม่มีวันทำให้คลังติดลบ

ข้อจำกัด: ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่แทบไม่เคยเกิด เป็นสิ่งที่ประมาณค่าได้ยากที่สุดในทางสถิติ เพราะข้อมูลย้อนหลังมีตัวอย่างน้อยเกินไป ค่าที่ใส่จึงเป็นการเดาอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่การวัด
15

Human Override Log

บันทึกการตัดสินใจที่ต่างจากระบบ

ต้นทุนของการไม่ทำตามระบบ คือส่วนต่างระหว่างผลลัพธ์จริง กับผลลัพธ์ที่ควรเกิดขึ้น หากใช้ขนาดตั๋วตามคำแนะนำ

Override Records รายการทั้งหมด

Table · Human Override Log
RoundRecommendedActualDiff % ReasonEmotional StateResultFinancial Impact If followedCost
Best Override
Worst Override
คอลัมน์ Cost คำนวณอย่างไร

สำหรับแต่ละครั้งที่ Override ระบบจะคำนวณ ผลลัพธ์คู่ขนาน ว่า ถ้าใช้ขนาดที่ระบบแนะนำ โดยผลของตลาดในรอบนั้นเหมือนเดิมทุกอย่าง จะได้หรือเสียเท่าไร แล้วเอามาลบกัน

Round 57 Recommended Ticket : 500 Actual Ticket : 5,000 Reason : ต้องการเอาคืน Result : LOSS Financial Impact : −5,000 If followed : −500 Cost of override : −4,500 ← เสียเพิ่มจากการไม่ทำตามระบบ

ค่า Cost เป็นบวกแปลว่า Override ทำให้เสียโอกาส (ถ้าทำตามระบบจะดีกว่า) ค่าติดลบแปลว่า Override ครั้งนั้นให้ผลดีกว่าระบบ ซึ่งเกิดขึ้นได้และระบบไม่ปิดบัง

ข้อจำกัดสำคัญ: การที่ Override บางครั้งให้ผลดีกว่า ไม่ได้พิสูจน์ว่าการฝ่าระบบเป็นกลยุทธ์ที่ดี เพราะเราเห็นเฉพาะผลของเส้นทางที่เกิดขึ้นจริง ให้ดูค่ารวมสะสมและ §16 แทนการดูทีละครั้ง
16

Counterfactual Comparison

เปรียบเทียบสามเส้นทาง — คำถามสำคัญที่สุดของทั้งหน้านี้

การเปรียบเทียบนี้ช่วยตอบว่า ผลลัพธ์เสียหายเพราะระบบไม่ดี หรือเพราะมนุษย์ไม่ทำตามระบบ

ทั้งสามเส้นทางใช้ ผลของตลาดชุดเดียวกันเป๊ะ ๆ (ชนะ/แพ้/ตัวคูณ เหมือนกันทุกรอบ) ต่างกันแค่การตัดสินใจเรื่องขนาดตั๋วเท่านั้น ส่วนต่างที่เห็นจึงมาจากพฤติกรรมล้วน ๆ ไม่ใช่จากโชค

Path A
Actual Human Pathเส้นทางจริงของคุณ

ใช้ขนาดตั๋วที่เลือกเองและ Override ทุกครั้งตามที่บันทึกไว้

Path B
System-Compliant Pathถ้าทำตามระบบทุกข้อ

ใช้ขนาดที่ระบบแนะนำเสมอ และหยุดจริงเมื่อถึงเพดานแพ้ติดกัน

Path C
Fixed-Ticket Baselineตั๋วคงที่ใบเดิมตลอด

ใช้ขนาดตั๋วตั้งต้นทุกรอบ ไม่ขยาย ไม่หด ไม่ Override

Table · Counterfactual Comparison
Metric · ตัวชี้วัดA · ActualB · CompliantC · FixedA − B
17

Time Machine

เครื่องย้อน/เร่งเวลา — แปลงกฎวันนี้ให้เป็นภาพระยะยาว

Time Machine ไม่ได้ทำนายอนาคต แต่เปลี่ยนกฎปัจจุบันให้เป็นภาพจำลองระยะยาว เพื่อให้เห็นว่าพฤติกรรมเล็ก ๆ เมื่อทำซ้ำหลายปี อาจสร้างผลต่างมหาศาล

ความถี่การเทรดที่ตั้งไว้ Trading cadence

Read-onlyแก้ไขได้ที่ ศูนย์ตั้งค่า → กลุ่ม F→ ไปที่ศูนย์ตั้งค่า
เลือกช่วงเวลาแล้วกดรัน
ทำไมช่วงเวลายาวถึงเปลี่ยนคำตอบทั้งหมด

สมมติเทรด 2 ไม้ต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ 50 สัปดาห์ต่อปี:

1 วัน = 2 รอบ 1 สัปดาห์ = 10 รอบ 1 เดือน = 40 รอบ 1 ปี = 500 รอบ 5 ปี = 2,500 รอบ 20 ปี = 10,000 รอบ

เหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิด 0.01% ต่อรอบ ฟังดูเหมือนไม่มีทางเจอ แต่ใน 10,000 รอบ โอกาสที่จะเจออย่างน้อยหนึ่งครั้งคือ 1 − 0.999910000 ≈ 63%

นี่คือเหตุผลที่ระบบซึ่งดู "ปลอดภัยดี" ในหนึ่งเดือน อาจไม่ปลอดภัยเลยในยี่สิบปี

ข้อจำกัด: การจำลองระยะยาวสมมติว่ากฎ พฤติกรรม และสภาพตลาดคงที่ตลอดช่วงเวลานั้น ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ในชีวิตจริง ให้ใช้เพื่อเปรียบเทียบทางเลือก ไม่ใช่เพื่อวางแผนตัวเลขจริง
18

Life Allocation Engine

เครื่องจัดสรรเงินสู่ชีวิตจริง

ส่วนนี้แสดงว่าเงินที่ถอนออกจากตลาดได้กลายเป็นอะไรในชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงตัวเลขที่เคยอยู่ในพอร์ต

Read-onlyแก้ไขเงินที่จะจัดสรร ค่าใช้จ่ายต่อเดือน และสัดส่วนทั้ง 9 หมวดได้ที่ ศูนย์ตั้งค่า → กลุ่ม J→ ไปที่ศูนย์ตั้งค่า
Table · Life Allocation — ผลลัพธ์จากสัดส่วนที่ตั้งไว้ในศูนย์ตั้งค่า
หมวด · Categoryสัดส่วน %ผลตอบแทน/ปี %จำนวนเงินรายได้/ปี
รวม
ตัวเลขที่ควรดูจริง ๆ ในส่วนนี้

Emergency Fund Months · จำนวนเดือนที่อยู่ได้ถ้าหยุดหารายได้
= (เงินสดสำรอง + กองทุนรอวิกฤต) ÷ ค่าใช้จ่ายต่อเดือน ตัวเลขนี้สำคัญกว่าผลตอบแทนคาดหวัง เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้คุณไม่ต้องเทรดตอนที่ไม่พร้อม

Passive Income · รายได้ที่ไม่ต้องเทรด
= ผลรวมของ (จำนวนเงินแต่ละหมวด × ผลตอบแทนคาดหวังต่อปี) เมื่อรายได้นี้เกินค่าใช้จ่าย แรงกดดันทางการเงิน (ซึ่งถ่วง 10% ใน Emotional Stability) จะลดลงเอง

Trading vs Non-Trading Wealth
สัดส่วนความมั่งคั่งที่ยังผูกกับตลาด เทียบกับที่ออกมาแล้ว เป้าหมายของทั้งระบบคือทำให้ตัวเลขนี้เอียงไปทางฝั่งที่ไม่ผูกกับตลาดเรื่อย ๆ

ข้อจำกัด: ผลตอบแทนคาดหวังที่กรอกเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาวในอดีต ไม่ได้รับประกันอนาคต และไม่ได้คิดภาษี เงินเฟ้อ หรือค่าธรรมเนียมกองทุน — ตัวเลขนี้เป็นภาพประกอบเชิงแนวคิด ไม่ใช่แผนการเงินส่วนบุคคล
19

Formula Appendix

ภาคผนวก — ทุกสูตรที่ระบบใช้ พร้อมนิยามตัวแปร คำอธิบายไทย ตัวอย่าง และข้อจำกัด

ทุกสูตรด้านล่างคือสูตรที่โค้ดใช้จริง ไม่ใช่คำอธิบายโดยประมาณ กดที่แต่ละหัวข้อเพื่อดูรายละเอียดครบห้าส่วน

20

Validation Test Report

รายงานผลการทดสอบภายใน — กดปุ่มเพื่อรันจริงในเบราว์เซอร์ของคุณ

ชุดทดสอบนี้รันกับ engine ตัวเดียวกับที่ขับเคลื่อนทั้งหน้านี้ ไม่ใช่ผลที่บันทึกไว้ล่วงหน้า ถ้ามีข้อไหนขึ้น FAIL แปลว่าตัวเลขบนหน้านี้เชื่อไม่ได้

ยังไม่ได้รัน
ชุดทดสอบครอบคลุมอะไรบ้าง

Test 1–5 · บัญชีทุน — รอบชนะรอบแรก, รอบแพ้ต้องไม่หักซ้ำ, การซื้อตั๋วใหม่จากคลัง, การป้องกันเงินผี และกฎ Reinvestment/Withdrawal

Test 6–8 · กฎขนาดตั๋ว — เพดานตั๋ว, เพดานเทียบคลังกับการ Override และกฎหยุดเมื่อแพ้ติดกัน

Test 9 · Monte Carlo — ใช้ seed เดิมต้องได้ผลเดิมทุกครั้ง และเปอร์เซ็นไทล์ต้องเรียงถูกต้อง

Test 10 · ความสมบูรณ์ของตัวเลข — สุ่มค่าอินพุตหลายร้อยชุดแล้วตรวจว่าไม่มี NaN, Infinity หรือ undefined หลุดออกมา และกฎบัญชีไม่เคยผิด

Test 11–12 · สภาพแวดล้อม — LocalStorage ใช้งานได้, การส่งออกไฟล์ทำงาน, ความกว้างหน้าจอ 375px รองรับ และไฟล์ทำงานได้เมื่อเปิดตรงจากเครื่อง

ข้อจำกัด: การทดสอบยืนยันได้แค่ว่าโค้ดทำในสิ่งที่ตั้งใจ มันยืนยันไม่ได้ว่าสมมติฐานที่คุณกรอกเข้าไปนั้นถูกต้อง
21

Limitations & Disclaimer

ข้อจำกัดและคำปฏิเสธความรับผิดชอบ

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ

เครื่องมือนี้เป็นแบบจำลองเพื่อการศึกษาและการวิเคราะห์พฤติกรรมเท่านั้น ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสมมติฐานที่ผู้ใช้กำหนด ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ไม่รับประกันกำไร และไม่สามารถทำนายเหตุการณ์ตลาดจริงได้

ข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจก่อนใช้ตัวเลขใด ๆ Known limitations

01
Monte Carlo คือการจำลอง ไม่ใช่การทำนาย

ผลที่ได้คือค่าประมาณภายใต้สมมติฐานที่กรอก ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง ตลาดจริงไม่ได้สุ่มตามการแจกแจงที่เราเลือก

02
EV ขึ้นกับข้อมูลย้อนหลังที่เชื่อถือได้

ถ้าค่า p มาจากความรู้สึกหรือจากช่วงที่กำลังชนะ ตัวเลข EV และทุกอย่างที่ต่อยอดจากมันจะสวยเกินจริงทั้งหมด

03
คะแนนอารมณ์ไม่ใช่การประเมินทางการแพทย์

เป็นเพียงตัวชี้วัดความเสี่ยงเชิงพฤติกรรมจากการประเมินตนเอง ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ควรใช้แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

04
ความเสี่ยงจากโบรกเกอร์อาจเกินสมมติฐานของตั๋ว

Gap, Slippage, ระบบล่ม หรือปิดสถานะไม่ได้ ทำให้ความเสียหายจริงเกินขนาดตั๋วได้ §14 จำลองไว้แล้วแต่ประมาณค่าได้ยากมาก

05
ผลงานในอดีตไม่รับประกันผลในอนาคต

สภาวะตลาดที่ทำให้กลยุทธ์หนึ่งได้ผล อาจหายไปถาวรโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

06
น้ำหนักของคะแนนเป็นค่าที่กำหนดขึ้น

Survival Score, Emotional Stability และ Discipline ใช้น้ำหนักที่ตั้งขึ้นเพื่อการศึกษา ไม่ได้มาจากงานวิจัยเชิงประจักษ์

สิ่งที่เครื่องมือนี้ตั้งใจจะเป็น

เป้าหมายไม่ใช่การชวนให้เดิมพันใหญ่ขึ้น และไม่ใช่การบอกว่าคุณควรเทรดหรือไม่ควรเทรด

เป้าหมายคือทำให้ความเสี่ยง วินัย อารมณ์ และการอยู่รอด กลายเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ เพราะสิ่งที่มองไม่เห็น คือสิ่งที่บริหารไม่ได้

“The goal is not to die with the biggest trading account.
The goal is to convert market risk into real-world wealth.”

เป้าหมายไม่ใช่การตายพร้อมพอร์ตที่ใหญ่ที่สุด
แต่คือการเปลี่ยนความเสี่ยงในตลาด ให้กลายเป็นความมั่งคั่งในชีวิตจริง